วันเสาร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565

การเรียนรู้ครั้งที่16





 วันนี้อาจารย์ได้มีการพบปะพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องการสอบว่าจะออกประมาณไหน ควรเขียนอย่างไร และพูดเรื่องการทำ Blog ว่าควรทำอย่างไรให้พร้อมกับการตรวจ ทำให้เป็นปัจจุบัน ควรเพิ่ม ควรปรับตรงไหนบ้าง แล้วอาจารย์ก็เลิก Class เร็วเพื่อให้มานั่งจัดการ Blog  

และสัปดาห์ที่แล้วดูไม่ไปอาจารย์ให้อัดคลิปส่งค่ะ







การเรียนรู้ครั้งที่15



 วันนี้อาจารย์ให้เขียนความรู้ที่ได้ตั้งแต่เรียนมาคาบแรกจนถึงปัจจุบันว่าได้อะไรไปบ้าง มีทักษะอะไรบ้างที่ได้ไปแล้วเป็นประโยชน์ และเจตคติที่มีต่อการเรียนกับอาจารย์ (ชอบหรือไม่ชอบอะไร)



หลังจากที่ได้เขียนในส่วนนั้นไปแล้วก็ได้มีการเรียนเกี่ยวกับเพลงเด็ก ได้ฝึกร้อง ได้ลุกขึ้นเต้น และได้มีการออกแบบสถานการณ์ที่ว่า ถ้าเราเป็นพ่อแม่ ผู้ปกครอง จะมีวิธีการส่งเสริมการเรียนรู้ให้เด็กโดยให้สอดแทรกอยู่ในชีวิตประจำวันอย่างไร  


การเรียนรู้ครั้งที่14

 วันนี้อาจารย์ได้เรียนรู้เก็บกับการเอาเด็กปฐมวัยให้อยู่เป็นที่้เรียบร้อย ไม่ว่าจะนำเพลงมาเพราะครูปฐมวัย ต้องร้องเพลงได้เพราะจะทำให้เด็กไม่น่าเบื่อกับการมาเรียนในทุกวันเเละทุกครั้ง

ในส่วนอื่นคือ การใช้เทคโนโลยี ไม่ว่าจะให้เด็กดูคลิปวิดีโอ
หรือการเล่านิทานเพราะ นิทานเป็นเรื่องเล่าที่น่าสนใจ เเต่ต้องให้มันเป็นกระบวนการ เป็นเนื้อหาที่เข้าใจง่ายไม่ซับซ้อนจนน่าปวดหัว


พัฒนาการของเด็ก4ด้าน 
ร่างกาย 
สติปัญญา
อารมณ์+จิตใจ
สังคม

วันเสาร์ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2565

การเรียนรู้ครั้งที่13


  วันนี้อาจารย์ให้จับกลุ่มทำงานในหัวข้อ ลักษณะของเด็กในศตวรรษที่ 21 ว่าควรที่จะมีลักษะอย่างไรบ้าง กลุ่มของหนูเลยแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะใหญ่ๆก่อน คือ ลักษณะด้านความรู้ ก็คือ 3R และ ลักษณะด้านอารมณ์ ก็คือ 8C (ตอนที่ทำในกระดาษเขียนขาดไป 1 C)

จากการทำสรุปข้อมูลลงในแผ่นกระดาษและผ่านการติชมจากอาจารย์มาแล้ว ลักษณะของเด็กในศตวรรษที่ 21 ก็คือ 3R8C 

3R (Hard Skills) ได้แก่ 

    1.Reading : อ่านออก

    2.(W)Riting : เขียนได้

    3.(A)Rithmetic : คิดเลขเป็น

8C (Soft skills) ได้แก่ 

    1.Critical thinking and problem solving : ทักษะการคิดวิเคราะห์ อย่างมีวิจารณญาณและสามารถแก้ปัญหาได้

    2.Creativity and innovation : ทักษะการคิดเชิงสร้างสรรค์และการคิดเชิงนวัตกรรม

    3.Cross-cultural understanding : ความเข้าใจในความแตกต่างและกระบวนการคิดของแต่ละวัฒนธรรม

    4.Collaboration teamwork and leadership : ความสามารถในการร่วมมือกันทำงานเป็นทีม และมีภาวะความเป็นผู้นำ

    5.Communication information and media literacy : ทักษะในการสื่อสารข้อมูล และการรู้เท่าทันสื่อ

    6.Computing and IT literacy : ทักษะการใช้คอมพิวเตอร์ และความเข้าใจในเทคโนโลยี

    7.Career and learning skills : ทักษะด้านอาชีพและความสามารถในการเรียนรู้

    8.Compassion : ความมีเมตตากรุณา มีคุณธรรม รู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่น รวมไปถึงการมีระเบียบวินัย

วันอังคารที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2565

การเรียนรู้ครั้งที่12

 สรุปรูปแบบการอบรมเลี้ยงดู

แนวคิดของ Diana Baumrind Diana Baumrind’s Parenting Styles

การจะพัฒนามนุษย์ให้เป็นประชากร ที่มีคุณภาพมีปัจจัย 2 ด้านเข้ามาเกี่ยวข้อง คือ 1) ปัจจัยด้านพันธุกรรม และ 2) ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อม โดยพันธุกรรมจะเป็นตัวกำหนดขีดความสามารถหรือแนวโน้มของพัฒนาการ ส่วนสภาพแวดล้อมจะเป็นตัวผลักดันทำให้พัฒนาการนั้นเร็วหรือช้า โดยเฉพาะรูปแบบการอบรมเลี้ยงดู ถือได้ว่าเป็นปัจจัยทางด้านสภาพแวดล้อมที่มีอิทธิพลสูงต่อพัฒนาการมนุษย์ 

Baumrind ได้ทำการวิเคราะห์แบ่งองค์ประกอบพฤติกรรมของ บิดามารดาในการอบรมเลี้ยงดูบุตรออกเป็น 2 มิติ กว้างๆ คือ  1. มิติควบคุม หรือ เรียกร้องจากบิดามารดา(Controlling / Demand) และ 2. มิติการตอบสนองความรู้สึกเด็ก (Responsive) เขาได้ผสมผสาน 2 มิติดังกล่าว และจัดรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูเป็น 3 รูปแบบ ดังนี้

1. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่(Authoritative Parenting Style) 

2. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบควบคุม(Authoritarian Parenting Style) 

3. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบตามใจ (Permissive Parenting Style)

ต่อมา Maccoby and Martin (1983) ได้ ศึกษารูปแบบการอบรมเลี้ยงดูตามแนวคิดของ Baumrind และได้จำแนกรูปแบบการอบรมเลี้ยงดู แบบที่ 4 เพิ่ม คือ

4. รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบทอดทิ้ง (Uninvolved Parenting Style)

สรุปเป็นตารางได้ดังนี้


จากผลสรุปในงานวิจัยพบว่า รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูที่มีประสิทธิภาพ ที่สามารถหล่อหลอมให้เด็กและเยาวชนเป็นผู้ที่มีความสามารถในการปรับตัว มีพฤติกรรมทางสังคมที่เหมาะสม มีความสามารถในการกำกับตนเอง ตลอดจนมีพัฒนาการ ทางอารมณ์ที่ดีได้นั้น ก็คือ รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบเอาใจใส่ เนื่องจากเป็นรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูที่ผสมผสานระหว่างมิติการตอบสนองความรู้สึกของเด็ก และมิติการควบคุมพฤติกรรมของเด็กได้อย่างดี ส่วนรูปแบบการอบรมเลี้ยงดู 3 แบบที่เหลือ ได้แก่ รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูแบบควบคุม แบบตามใจ และแบบทอดทิ้ง ล้วนเป็นรูปแบบการอบรมเลี้ยงดูที่ขาดประสิทธิภาพ ส่งผลทางลบต่อเด็ก ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แต่เด็กที่ได้รับการอบรมเลี้ยงดูแบบควบคุมก็ยังมีลักษณะทางบวกได้อยู่ คือ มีการควบคุมตนเองสูง มีวินัยสูง และมีความซื่อสัตย์สูง


การเรียนรู้ครั้งที่11



 กลุ่มดิฉันได้เลือกกิจกรรมให้กับเด็กอายุ1-2ปี มีพัฒนาการเริ่มควบคุมการทำงานของร่างกาย หัดยืนด้วยตัวเอง หยิบจับสิ่งของเล็กๆน้อยๆ มีความสนใจสิ่งรอบตัวมากขึ้น อยากรู้และอยากเห็น

ชื่อกิจกรรม”โยนดีดีมีรางวัล”

จุดประสงค์ 1.นำสิ่งของเหลือใช้มาประดิษฐ์ให้เกิดประโยชน์ 2.ฝึ ฝึกการใช้กล้ามเนื้อมือ 3.ฝึกการกะระยะ

อุปกรณ์ 1.ขวดน้ำ 4 อัน 2.ลูกปิงปอง 3.กล่องกระดาษ 4.กระดาษสี

วิธีทำ นำขวดทั้งสี่ใบมาตัดให้เท่าๆกัน และนำกระดาษสีมาแปะที่ขวดน้ำ ตกแต่งขวดน้ำให้สวยงาม

วิธีการเล่น นำขวดทั้งสี่นำขวดทั้งสี่ใบเรียงกัน เว้นระยะห่างเท่าๆกัน แล้วนำลูกปิงปองให้เด็กโยนเข้าไปในขวดน้ำ

ประโยชน์ ฝึกการใช้กล้ามเนื้อมือ ฝึกการกะระยะ ฝึฝึกการสังเกตรูปทรง



การเรียนรู้ครั้งที่10




 ให้แบ่งกลุ่มแล้วช่วยกันออกแบบกิจกรรมที่ส่งเสริมพัฒนาการทั้ง 3 ช่วงวัย ได้แก่ 

        1.พัฒนาการในช่วงแรกเกิด - 1 ปี 

        2.พัฒนาการในช่วง 1 - 2 ปี 

        3.พัฒนาการในช่วง 2 - 3 ปี 

            ลงในกระดาษโดยใช้หัวข้อดังนี้ ชื่อกิจกรรม วัตถุประสงค์ อุปกรณ์ที่ต้องใช้ ขั้นตอนการทำ วิธีการเล่น และประโยชน์ของกิจกรรม


การเรียนรู้ครั้งที่16

  วันนี้อาจารย์ได้มีการพบปะพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องการสอบว่าจะออกประมาณไหน ควรเขียนอย่างไร และพูดเรื่องการทำ Blog ว่าควรทำอย่างไรให้พร้อมกับการ...